แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสารร้านชีวิตจิตใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสารร้านชีวิตจิตใจ แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ผักไร้สารพิษ
ตอนนี้ร้านของเรามีผักไร้สารพิษจำหน่ายเเล้วนะคะ สดๆจากวังน้ำเขียวค่ะ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเกษตรกรรมปลอดสารพิษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ร้านของเราใช้ผักนี้ปรุงอาหารทานรสชาติดีมากค่ะ ผักไร้สารพิษนั้นต่างจากผัด hydroponic ตรงที่ยังมีสารอาหารจากดินครบถ้วนนะคะ ส่วนผักไฮโดรที่ปลูกในน้ำนั้นเราได้แต่กากใย แต่ไม่มีสารอาหารตามธรรมชาติค่ะ มีผักหลายชนิด ไปลองเลือกทานนะคะ
Organic Korat now have fresh organic vegetables for your healthy lifestyle. We are one of a few places in korat with this fresh produce right from a farm in Wangnamkeaw. There are many kinds of veggies here such as cucumber, tomatoes, lettuce, iceberg lettuce, and many local vegetables. Stop by and creat a healthy meal at your own home :)
วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ภูมิใจนำเสนอ กระเช้าปีใหม่ 2554
ปีใหม่ 2554 นี้
มอบกระเช้าสุขภาพ
แทนขอบคุณ
แทนความห่วงใย
แทนความรักและคิดถึง
กดไปที่
เพื่อดูรายการกระเช้าทั้งหมดเริ่มต้นที่ 200-1000 บาท
อย่าลืมนะคะ ว่าคุณสามารถมาที่ร้านแล้วเลือกสินค้าลงกระเช้าเองได้
เผื่อเวลาห่อกระเช้าๆละ 30 นาทีนะคะ
วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ความหมายของ ชีวิตจิตใจ
ชีวิตจิตใจ
โดย ดร.พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ
เวลาคนไทยพูดถึงเรื่องชีวิต มักพูดรวมๆ กันเสมอว่า ชีวิตจิตใจ นับเป็นคำพูดที่ครอบคลุมความหมายแห่งชีวิตไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ชีวิตตามทัศนะของพระพุทธศาสนาต้องมีจิตใจ หากมีเพียงกายแต่จิตใจไม่มี ความเป็นชีวิตก็หมดไปทันที จิตใจจึงเป็นพลังงานที่สำคัญที่จะเป็นตัวบ่งชี้ว่า คนหรือสัตว์จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
พระพุทธเจ้าตรัสถึงความสำคัญของจิตไว้ว่า เป็นประธานแห่งการกระทำและการพูด ถ้าจิตคิดไม่ได้ การพูดที่แสดงออกมาก็พลอยไม่ดีตามไปด้วย ถ้าจิตดี การพูดก็จะพลอยดีตามไปด้วย
การกระทำก็เช่นเดียวกัน หากจิตคิดดี การกระทำก็ออกมาดี ในทางตรงกันข้ามหาก จิตคิดไม่ดี เวลากระทำสิ่งใด ผลของการกระทำก็จะออกมาไม่ดีตามไปด้วย
คนไทยเข้าใจความสำคัญของจิตมานานจึงประดิษฐ์คำขึ้นมาจากผลึกแห่งสัจจะทางใจว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว
พระพุทธเจ้าสอนให้ฝึกจิตให้ดี เพราะถ้าจิตดีแล้วจะนำกายและวาจา หรือนำการกระทำและการพูดไปในทางที่ดีด้วย พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า จิตตัสสะ ทะมะโถ สาธุ แปลว่า การฝึกจิตเป็นความดี
เมื่อเราได้ยินพุทธภาษิตนี้แล้ว ได้แนวทางชีวิตพร้อมๆ กันทั้งสองอย่างคือ ...
1.จิตเป็นสิ่งที่จะต้องฝึก ให้มีความสามารถที่จะดู รู้ เห็น ตามความเป็นจริงว่า อะไรดี อะไรชั่ว อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรทำแล้วเป็นประโยชน์แก่ตนและแก่ผู้อื่น อะไรทำแล้ว สร้างความเดือดร้อนแก่ตนและผู้อื่น อะไรทำไปแล้วได้รับความสุขเป็นผลทั้งตนและผู้อื่น อะไรทำไปแล้วมีความทุกข์แก่ตนและผู้อื่น รู้ชัดว่า ยึดถือเมื่อไร หนักใจเมื่อนั้น ปล่อยไปเมื่อไร เบาสบายเมื่อนั้น รู้จักคิดในสิ่งที่ควรคิด ใช้ความคิดอย่างประหยัดเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์ เอาใจออกห่างจากความรู้สึกนึกคิดที่เป็นโทษ ฝึกจิตจนชำนาญในการแยกแยะ ความสงบสงบ ออกจากความวุ่น แยกความเย็นออกจากความร้อน แยกความผ่องแผ้วออกจากความเศร้าหมอง เมื่อฝึกจิตจนชำนาญ จะวางจิตไว้ถูกไม่เป็นทุกข์ หาความสุขได้ง่ายๆ ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสรับรองผลการฝึกเอาไว้ว่า จิตตัง ทันตัง สุขาวะหัง จิตที่ฝึกดีแล้ว นำความสุขมาให้
2.การฝึกจิต เป็นการทำความดีชนิดหนึ่ง หลายคนเคยตั้งข้อสงสัยว่า จะเริ่มต้นทำความดีที่ไหน กับใครดีหนอ หากได้ผ่านมาพบพระพุทธภาษิตบทนี้แล้ว ก็พบทางสว่างว่า การฝึกจิตก็เป็นการทำความดีชนิดหนึ่ง เป็นความดีที่เริ่มต้นได้ที่ตนเองไม่ต้องไปหาสถานที่หรือไปพบใครที่ไหน ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องเสียทรัพย์สินเลยแม้แต่น้อย แค่ตั้งจิตว่าจะฝึกฝนวางจิตไว้กับสิ่งที่ดีๆ การทำความดีก็ได้เริ่มแล้ว ชนชาติไทยได้รับพระพุทธศาสนามาปลูกฝังในสายเลือด ตื่นเช้าขึ้นมาก่อนทำสิ่งใดๆ ก็กล่าวคำแผ่เมตตาเสียก่อน การกล่าวคำแผ่เมตตาออกมาดังๆ เป็นการทำความดีทางวาจา การน้อมจิตคิดถึงผู้อื่นด้วยความรักและความปรารถนาดี เป็นการฝึกจิตชนิดหนึ่ง นับว่า เป็นการเริ่มต้นชีวิตด้วยการทำความดี คือการฝึกจิต ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
เมื่อพูดถึงการฝึกจิต พุทธศาสนิกชนมักจะคิดถึงภาพ ของคนที่จะต้องหยุดภารกิจที่บ้าน หยุดการงานแล้วไปพักที่วัดวาอารามหรือสถานที่สงบสงัดเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว การฝึกจิตทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำกัดว่าเป็นที่ไหน ใส่ชุดอะไร ก็ฝึกจิตได้
ส่วนภาพที่เราเห็นว่าจะต้องใช้เวลาและสถานที่เป็นพิเศษนั้น ก็เป็นเพียงหนึ่งกระบวนการของการไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อนำมาปรับปรุงการฝึกจิตในชีวิตประจำวันให้สมบูรณ์ขึ้น การฝึกจิตอย่างนั้นต้องการเหตุปัจจัยและเงื่อนไขบางประการเช่น ต้องรอเวลาที่ว่าง ต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญจนเป็นที่ยอมรับจัดการฝึกอบรมให้ มีความสะดวกเมื่อไร ปฏิบัติได้ ก็เป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แต่มิใช่ฝึกแค่นั้นแล้วจะพอเพียง
แต่การฝึกจิตในชีวิตประจำวันนั้น ต้องฝึกตลอดเวลา แต่เวลาที่ต้องตั้งหลักและตั้งใจให้ดีก็คือเวลาที่จิตรับอารมณ์ชอบและชังเข้ามาแต่ละครั้งต้องระมัดระวังมาก เพราะหากเผลอไม่ระวัง ไม่จัดการฝึกตรงนั้น หากใจเอนเอียงตกไปหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ชอบมากเกินไป จิตใจก็จะลุ่มหลงมัวเมาจนถอนตัวไม่ขึ้น หรือหากใจโน้มเอียงไปทางชังก็จะผลักไส อึดอัดขัดเคืองไม่เป็นปกติ ดิ้นรนเดือดร้อนพลุ่งพล่าน
การฝึกจิตก็คือฝึกให้เป็นปกติ เป็นอิสระจากอำนาจการครอบงำของชอบชังให้มากที่สุด เพราะจิตปกติจะสามารถนำไปใช้งานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซื่อตรงและเป็นธรรมไม่หวั่นไหวเอนเอียง
เปรียบเหมือนเรามีน้ำใสบริสุทธิ์จำนวนหนึ่ง ยังไม่ได้นำไปใส่สีใส่รสหรือปรุงแต่งเป็นอะไร จะเป็นประโยชน์มากกว่าน้ำที่ถูกนำไปปรุงสี กลิ่น รส แล้ว เพราะสามารถนำน้ำบริสุทธิ์นี้ไปทำประโยชน์ได้อีกมากมายไร้ข้อจำกัด
จิตที่บริสุทธิ์เป็นจิตที่เป็นประโยชน์นำไปใช้ประโยชน์ในการคิด พิจารณาค้นหาความจริงของเรื่องราวต่างๆ ได้อีกมากมายไม่มีข้อจำกัดเช่นเดียวกัน
การดูแลกายให้มีสุขภาพดีมีธาตุอาหารครบถ้วนไม่ขาดไม่เกินพอดีๆ แต่ปล่อยให้จิตใจเศร้าหมอง ซึมเซาเซ็งไม่กระปรี้กระเปร่าเท่าที่ควรทำให้มีชีวิตเพียงครึ่งเดียว การตามรักษาจิตให้เป็นปกติบริสุทธิ์อยู่เสมอ เป็นการเติมคุณภาพชีวิตให้เต็มร้อยเพราะชีวิตที่แท้ต้องมีกายและจิตที่สมดุล จงตระหนักไว้เสมอว่า รักชีวิตต้องไม่ทิ้งจิตใจให้บกพร่องหิวโหย
ชีวิตจิตใจเชื่อมโยงใกล้ชิด การดูแลจิตใจให้ปกติไม่ถูกโรคภัยและกิเลสเบียดเบียนจึงภารกิจหลักของผู้รักชีวิตจิตใจทุกคน.
ขอกราบนมัสการขอบคุณ
พระมหาธวัชชัย คุณากโร (เกื้อเกตุ) วัดอตัมมยตาราม ตั้งอยู่ ณ เมืองวูดดิลวิลล์ รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา
เอื้อเฟื้อข้อมูล
โดย ดร.พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ
เวลาคนไทยพูดถึงเรื่องชีวิต มักพูดรวมๆ กันเสมอว่า ชีวิตจิตใจ นับเป็นคำพูดที่ครอบคลุมความหมายแห่งชีวิตไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ชีวิตตามทัศนะของพระพุทธศาสนาต้องมีจิตใจ หากมีเพียงกายแต่จิตใจไม่มี ความเป็นชีวิตก็หมดไปทันที จิตใจจึงเป็นพลังงานที่สำคัญที่จะเป็นตัวบ่งชี้ว่า คนหรือสัตว์จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
พระพุทธเจ้าตรัสถึงความสำคัญของจิตไว้ว่า เป็นประธานแห่งการกระทำและการพูด ถ้าจิตคิดไม่ได้ การพูดที่แสดงออกมาก็พลอยไม่ดีตามไปด้วย ถ้าจิตดี การพูดก็จะพลอยดีตามไปด้วย
การกระทำก็เช่นเดียวกัน หากจิตคิดดี การกระทำก็ออกมาดี ในทางตรงกันข้ามหาก จิตคิดไม่ดี เวลากระทำสิ่งใด ผลของการกระทำก็จะออกมาไม่ดีตามไปด้วย
คนไทยเข้าใจความสำคัญของจิตมานานจึงประดิษฐ์คำขึ้นมาจากผลึกแห่งสัจจะทางใจว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว
พระพุทธเจ้าสอนให้ฝึกจิตให้ดี เพราะถ้าจิตดีแล้วจะนำกายและวาจา หรือนำการกระทำและการพูดไปในทางที่ดีด้วย พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า จิตตัสสะ ทะมะโถ สาธุ แปลว่า การฝึกจิตเป็นความดี
เมื่อเราได้ยินพุทธภาษิตนี้แล้ว ได้แนวทางชีวิตพร้อมๆ กันทั้งสองอย่างคือ ...
1.จิตเป็นสิ่งที่จะต้องฝึก ให้มีความสามารถที่จะดู รู้ เห็น ตามความเป็นจริงว่า อะไรดี อะไรชั่ว อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรทำแล้วเป็นประโยชน์แก่ตนและแก่ผู้อื่น อะไรทำแล้ว สร้างความเดือดร้อนแก่ตนและผู้อื่น อะไรทำไปแล้วได้รับความสุขเป็นผลทั้งตนและผู้อื่น อะไรทำไปแล้วมีความทุกข์แก่ตนและผู้อื่น รู้ชัดว่า ยึดถือเมื่อไร หนักใจเมื่อนั้น ปล่อยไปเมื่อไร เบาสบายเมื่อนั้น รู้จักคิดในสิ่งที่ควรคิด ใช้ความคิดอย่างประหยัดเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์ เอาใจออกห่างจากความรู้สึกนึกคิดที่เป็นโทษ ฝึกจิตจนชำนาญในการแยกแยะ ความสงบสงบ ออกจากความวุ่น แยกความเย็นออกจากความร้อน แยกความผ่องแผ้วออกจากความเศร้าหมอง เมื่อฝึกจิตจนชำนาญ จะวางจิตไว้ถูกไม่เป็นทุกข์ หาความสุขได้ง่ายๆ ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสรับรองผลการฝึกเอาไว้ว่า จิตตัง ทันตัง สุขาวะหัง จิตที่ฝึกดีแล้ว นำความสุขมาให้
2.การฝึกจิต เป็นการทำความดีชนิดหนึ่ง หลายคนเคยตั้งข้อสงสัยว่า จะเริ่มต้นทำความดีที่ไหน กับใครดีหนอ หากได้ผ่านมาพบพระพุทธภาษิตบทนี้แล้ว ก็พบทางสว่างว่า การฝึกจิตก็เป็นการทำความดีชนิดหนึ่ง เป็นความดีที่เริ่มต้นได้ที่ตนเองไม่ต้องไปหาสถานที่หรือไปพบใครที่ไหน ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องเสียทรัพย์สินเลยแม้แต่น้อย แค่ตั้งจิตว่าจะฝึกฝนวางจิตไว้กับสิ่งที่ดีๆ การทำความดีก็ได้เริ่มแล้ว ชนชาติไทยได้รับพระพุทธศาสนามาปลูกฝังในสายเลือด ตื่นเช้าขึ้นมาก่อนทำสิ่งใดๆ ก็กล่าวคำแผ่เมตตาเสียก่อน การกล่าวคำแผ่เมตตาออกมาดังๆ เป็นการทำความดีทางวาจา การน้อมจิตคิดถึงผู้อื่นด้วยความรักและความปรารถนาดี เป็นการฝึกจิตชนิดหนึ่ง นับว่า เป็นการเริ่มต้นชีวิตด้วยการทำความดี คือการฝึกจิต ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
เมื่อพูดถึงการฝึกจิต พุทธศาสนิกชนมักจะคิดถึงภาพ ของคนที่จะต้องหยุดภารกิจที่บ้าน หยุดการงานแล้วไปพักที่วัดวาอารามหรือสถานที่สงบสงัดเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว การฝึกจิตทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำกัดว่าเป็นที่ไหน ใส่ชุดอะไร ก็ฝึกจิตได้
ส่วนภาพที่เราเห็นว่าจะต้องใช้เวลาและสถานที่เป็นพิเศษนั้น ก็เป็นเพียงหนึ่งกระบวนการของการไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อนำมาปรับปรุงการฝึกจิตในชีวิตประจำวันให้สมบูรณ์ขึ้น การฝึกจิตอย่างนั้นต้องการเหตุปัจจัยและเงื่อนไขบางประการเช่น ต้องรอเวลาที่ว่าง ต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญจนเป็นที่ยอมรับจัดการฝึกอบรมให้ มีความสะดวกเมื่อไร ปฏิบัติได้ ก็เป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แต่มิใช่ฝึกแค่นั้นแล้วจะพอเพียง
แต่การฝึกจิตในชีวิตประจำวันนั้น ต้องฝึกตลอดเวลา แต่เวลาที่ต้องตั้งหลักและตั้งใจให้ดีก็คือเวลาที่จิตรับอารมณ์ชอบและชังเข้ามาแต่ละครั้งต้องระมัดระวังมาก เพราะหากเผลอไม่ระวัง ไม่จัดการฝึกตรงนั้น หากใจเอนเอียงตกไปหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ชอบมากเกินไป จิตใจก็จะลุ่มหลงมัวเมาจนถอนตัวไม่ขึ้น หรือหากใจโน้มเอียงไปทางชังก็จะผลักไส อึดอัดขัดเคืองไม่เป็นปกติ ดิ้นรนเดือดร้อนพลุ่งพล่าน
การฝึกจิตก็คือฝึกให้เป็นปกติ เป็นอิสระจากอำนาจการครอบงำของชอบชังให้มากที่สุด เพราะจิตปกติจะสามารถนำไปใช้งานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซื่อตรงและเป็นธรรมไม่หวั่นไหวเอนเอียง
เปรียบเหมือนเรามีน้ำใสบริสุทธิ์จำนวนหนึ่ง ยังไม่ได้นำไปใส่สีใส่รสหรือปรุงแต่งเป็นอะไร จะเป็นประโยชน์มากกว่าน้ำที่ถูกนำไปปรุงสี กลิ่น รส แล้ว เพราะสามารถนำน้ำบริสุทธิ์นี้ไปทำประโยชน์ได้อีกมากมายไร้ข้อจำกัด
จิตที่บริสุทธิ์เป็นจิตที่เป็นประโยชน์นำไปใช้ประโยชน์ในการคิด พิจารณาค้นหาความจริงของเรื่องราวต่างๆ ได้อีกมากมายไม่มีข้อจำกัดเช่นเดียวกัน
การดูแลกายให้มีสุขภาพดีมีธาตุอาหารครบถ้วนไม่ขาดไม่เกินพอดีๆ แต่ปล่อยให้จิตใจเศร้าหมอง ซึมเซาเซ็งไม่กระปรี้กระเปร่าเท่าที่ควรทำให้มีชีวิตเพียงครึ่งเดียว การตามรักษาจิตให้เป็นปกติบริสุทธิ์อยู่เสมอ เป็นการเติมคุณภาพชีวิตให้เต็มร้อยเพราะชีวิตที่แท้ต้องมีกายและจิตที่สมดุล จงตระหนักไว้เสมอว่า รักชีวิตต้องไม่ทิ้งจิตใจให้บกพร่องหิวโหย
ชีวิตจิตใจเชื่อมโยงใกล้ชิด การดูแลจิตใจให้ปกติไม่ถูกโรคภัยและกิเลสเบียดเบียนจึงภารกิจหลักของผู้รักชีวิตจิตใจทุกคน.
ขอกราบนมัสการขอบคุณ
พระมหาธวัชชัย คุณากโร (เกื้อเกตุ) วัดอตัมมยตาราม ตั้งอยู่ ณ เมืองวูดดิลวิลล์ รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา
เอื้อเฟื้อข้อมูล
วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553
กระเช้าสุขภาพสำหรับวันสงกรานต์
ถ้าคิดจะรัก ก็รักให้เป็นชีวิตจิตใจ
ฤดูกาลส่งความรักความห่วงใยของคนไทยกลับมาอีกแล้วค่ะ กับวันสงกรานต์ รดน้ำดำหัว ขอพรจากญาติผู้ใหญ่แล้วอย่าลืมถือกระเช้าเพื่อสุขภาพ มอบสิ่งดีๆให้กับท่านค่ะ เพียงแค่บอกมาว่าคุณจะให้กระเช้ากับใคร อายุ หญิง ชาย โรคประจำตัว ความชอบพิเศษ บุคลิก ลักษณะ เราช่วยจัดให้ค่ะ
เพียงบอกว่ามาจากเว้บไซด์เรา ก็ได้สมัครสามชิกฟรีในช่วงนี้ค่ะ
โทรสั่งได้ค่ะที่ 044 247537
ขอให้ชาวชีวิตจิตใจ มีความสุข และแช็งแรงเสมอค่ะ
วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553
ร้านเปิดแล้วจ้า รู้จัก Staff ร้านเรากันค่ะ
หลังจากหลายเดือนที่เตรียมพร้อม รองรับ ตอบสนองวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพของคนโคราช ร้านของเราก็ได้ฤกษ์เปิดทำการแล้วค่ะ
พบกับคุณป้าพุทธชาด คนนี้ไม่เคยยอมใช้สินค้าแบบปานกลาง จะใช้จะทานอะไรต้องดีที่สุดเท่านั้น ดังนั้นชอบของดีที่สุดต้องถามคุณป้าพุทธชาด
พี่นัทส่วนใหญ่จะพบได้ในวันเสาร์อาทิตย์ค่ะ ผู้หญิงคนนี้ถามได้ทุกเรื่องค่ะ คลุกคลีในแวดวงสุขภาพและสังคมยั่งยืนมากว่าสิบปี อยากรู้อะไร ถามเลย พี่นัทตอบได้
เฮียชุน ถ้าเป็นเรื่องการออกกำลังกายแล้วหละก็เดินดิ่งไปเม้าท์กับเฮียชุนเจ้าของร้านได้เลยค่ะ ที่ตีแบ็ตมินตัน เตะบอล เล่นปิงปอง ว่ายน้ำ เฮียแกรอบรู้ไปหมด
เจ้ปุ้ย นอกจากจะสอบถามเรื่องสินค้าแล้วเจ้ปุ้ยรอบรู้เรื่องของอร่อยทั่วโคราช ร้านอาหาร ของหวานตามตรอกซอกซอยเจ้ตอบได้
พบกับคุณป้าพุทธชาด คนนี้ไม่เคยยอมใช้สินค้าแบบปานกลาง จะใช้จะทานอะไรต้องดีที่สุดเท่านั้น ดังนั้นชอบของดีที่สุดต้องถามคุณป้าพุทธชาด
พี่นัทส่วนใหญ่จะพบได้ในวันเสาร์อาทิตย์ค่ะ ผู้หญิงคนนี้ถามได้ทุกเรื่องค่ะ คลุกคลีในแวดวงสุขภาพและสังคมยั่งยืนมากว่าสิบปี อยากรู้อะไร ถามเลย พี่นัทตอบได้
เฮียชุน ถ้าเป็นเรื่องการออกกำลังกายแล้วหละก็เดินดิ่งไปเม้าท์กับเฮียชุนเจ้าของร้านได้เลยค่ะ ที่ตีแบ็ตมินตัน เตะบอล เล่นปิงปอง ว่ายน้ำ เฮียแกรอบรู้ไปหมด
เจ้ปุ้ย นอกจากจะสอบถามเรื่องสินค้าแล้วเจ้ปุ้ยรอบรู้เรื่องของอร่อยทั่วโคราช ร้านอาหาร ของหวานตามตรอกซอกซอยเจ้ตอบได้
วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
เตรียมงาน
เราได้ทำงานออกแบบส่วนใหญ่เสร็จแล้วในวันนี้ แล้วจะเอาลงมาโพสให้ดูกันนะคะ ทีนี้ใครอยากให้เราสั่งสินค้าตัวไหนมาขายก็โพสมาเสนอได้เลยนะคะ
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ร้าน ชีวิตจิตใจ โคราช เปิดมกรา 53 นี้
ข่าวด่วนสำหรับ คนโคราชที่รักสุขภาพเป็นชีวิตจิตใจ บนถนนประจักษ์ ใกล้แยกประตูพลแสนตรงข้ามคุมองประตูน้ำ พบกับสินค้าเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติที่ถูกรวบรวมไว้มากที่สุด อาหาร เครื่องใช้ สมุนไพร หนังสือ สปา และกระเช้าสุขภาพสำหรับทุกๆเทศกาล พร้อมกิจกรรมพิเศษมากมาย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




